<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ร้านค้าออนไลน์ ช้อปปิ้งเพลิน แหล่งช้อปปิ้ง</title>
	<atom:link href="http://shoppingplearn.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://shoppingplearn.com</link>
	<description>Just another WordPress site</description>
	<lastBuildDate>Sun, 06 May 2012 13:31:26 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.5</generator>
		<item>
		<title>สร้อยคอ หรู สุดอลังการ แฟชั่นของเหล่าดารา</title>
		<link>http://shoppingplearn.com/159/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%ad-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b9-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%81.html</link>
		<comments>http://shoppingplearn.com/159/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%ad-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b9-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%81.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 May 2012 13:25:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Shopping</dc:creator>
				<category><![CDATA[แฟชั่นและเทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[สร้อยคอ]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นดารา]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นสร้อย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://shoppingplearn.com/?p=159</guid>
		<description><![CDATA[.อัพเดท เทรนด์แฟชั่น สวยๆ เริ่ดๆ ของเหล่าดาราสาวสวย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้าผม ที่ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นไหนๆ ก็สามารถดึงดูดความสนใจ ให้ฮอตกลายเป็นกระแสความแรงของแฟชั่นนั้นๆ ได้ …..อย่า มัวแต่นั่งช้า รอคอยให้แฟชั่นวิ่งมาหาตัวคุณนะคะ อัพเดท เทรนด์แฟชั่น ในแบบเก๋ไก๋กันซะหน่อยดีกว่าค่ะ กับแฟชั่นสร้อยคอ สุดหรูหรา ที่ ถูกออกแบบมาอย่างปราณีต สวยงาม โดย แบรนด์ Prada (Prada Jewellery Collection 2012) ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ก็สามารถเห็นถึงความหรูหราได้อย่างชัดเจน ยิ่งถ้าได้นำมาแมตซ์กับเสื้อผ้า สีพื้นด้วยแล้วล่ะก็ รับรองสวยเริ่ด อย่าบอกใครเลยล่ะค๊าาา ..นี่แหละจ้า โฉมหน้าของสร้อยคอ สุดอิตสุดฮอตของเหล่าดาราสาวสวย ทั้งแบบทั้งสีสันและขนาด โดดเด่นชวนมองน่าดูเลยใช่มั้ยล่ะ ภาพจาก Instagram : chomismaterialgirl , chermarn , aum_patchrapa , mattperanee , mayfuang , aimeemorakot, aerinyuktadatta [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>.อัพเดท <strong>เทรนด์แฟชั่น</strong> สวยๆ เริ่ดๆ ของเหล่าดาราสาวสวย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้าผม  ที่ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นไหนๆ ก็สามารถดึงดูดความสนใจ  ให้ฮอตกลายเป็นกระแสความแรงของแฟชั่นนั้นๆ ได้</p>

<a href='http://shoppingplearn.com/159/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%ad-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b9-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%81.html/attachment/1' title='1'><img width="150" height="150" src="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/05/1-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="1" title="1" /></a>
<a href='http://shoppingplearn.com/159/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%ad-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b9-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%81.html/attachment/2' title='2'><img width="150" height="150" src="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/05/2-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="2" title="2" /></a>
<a href='http://shoppingplearn.com/159/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%ad-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b9-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%81.html/attachment/3' title='3'><img width="150" height="150" src="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/05/3-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="3" title="3" /></a>
<a href='http://shoppingplearn.com/159/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%ad-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b9-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%81.html/attachment/4' title='4'><img width="150" height="150" src="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/05/4-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="4" title="4" /></a>
<a href='http://shoppingplearn.com/159/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%ad-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b9-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%81.html/attachment/5' title='5'><img width="150" height="150" src="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/05/5-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="5" title="5" /></a>

<p>…..อย่า มัวแต่นั่งช้า รอคอยให้แฟชั่นวิ่งมาหาตัวคุณนะคะ อัพเดท <strong>เทรนด์แฟชั่น</strong> ในแบบเก๋ไก๋กันซะหน่อยดีกว่าค่ะ กับ<strong>แฟชั่นสร้อยคอ</strong> สุดหรูหรา ที่ ถูกออกแบบมาอย่างปราณีต สวยงาม โดย แบรนด์ <strong>Prada (Prada Jewellery Collection 2012)</strong> ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ก็สามารถเห็นถึงความหรูหราได้อย่างชัดเจน  ยิ่งถ้าได้นำมาแมตซ์กับเสื้อผ้า สีพื้นด้วยแล้วล่ะก็ รับรองสวยเริ่ด  อย่าบอกใครเลยล่ะค๊าาา</p>
<p>..นี่แหละจ้า โฉมหน้าของ<strong>สร้อยคอ</strong> สุดอิตสุดฮอตของเหล่าดาราสาวสวย ทั้งแบบทั้งสีสันและขนาด โดดเด่นชวนมองน่าดูเลยใช่มั้ยล่ะ</p>
<p><strong>ภาพจาก</strong> Instagram : chomismaterialgirl , chermarn , aum_patchrapa , mattperanee , mayfuang , aimeemorakot, aerinyuktadatta</p>
<p><em>ข้อมูลจาก : <strong>women.mthai</strong></em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://shoppingplearn.com/159/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%ad-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b9-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%81.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขายสินค้าผ่านเน็ตแต่ขายไม่ดี ทำอย่างไรดี?</title>
		<link>http://shoppingplearn.com/155/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%b2.html</link>
		<comments>http://shoppingplearn.com/155/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%b2.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Apr 2012 06:52:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Shopping</dc:creator>
				<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[ขายของผ่านเน็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ขายสินค้าผ่านเน็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านค้าออนไลน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://shoppingplearn.com/?p=155</guid>
		<description><![CDATA[เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะประสบปัญหาดังหัวเรื่องที่จั่วไว้ โดยเฉพาะมือใหม่ ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ในการทำมาหากิน (เรียกซะบ้านๆ เลย &#8211; ขอเป็นคำหรูๆ หน่อยได้ป่ะ? เช่น การทำธุรกิจ) บนอินเตอร์เน็ต ก่อนอื่นต้องขอออกตัวไว้ก่อนเลยครับว่า ผมเองไม่ได้เก่งขนาดเป็น กูรู  อะไร เพียงแต่มีประสบการณ์ที่ดีๆ เลยนำมาแบ่งปันกัน เผื่อจะมีประโยชน์กับผู้อ่านบ้าง เท่านั้นเอง และสิ่งที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้ก็ไม่มีเทคนิคอะไรพิเศษ จะเน้นการปฏิบัติเป็นหลัก แต่ก็ใช่ว่าจะ ไร้หลักการนะครับ แต่จะเป็นการแนะนำแบบ Work Hard &#38; Smart (ทำหนักๆ แต่ทำแบบฉลาดๆ) 1. เราต้องรู้จักตัวเราเองก่อน พูดง่ายๆ ก็คือเราต้องรู้ก่อนว่าสินค้าเรา เป็นสินค้าประเภทไหนกลุ่มลูกค้าแบบไหน สินค้าเรามีจุดเด่นตรงไหนอย่างไร จากนั้นก็รวบรวมรายชื่อเว็บไซต์ที่ให้บริการลงประกาศ/โฆษณาฟรี ที่ตรงหรือใกล้เคียงกับประเภทสินค้าของเรา ซึ่งโดยปกติเว็บไซต์ที่ให้บริการลงประกาศ/โฆษณาฟรี มักจะมีหมวดหมู่ให้เลือกมากมาย หากหมวดหมู่ในเว็บนั้นตรงหรือใกล้เคียงกับสินค้าของเรา ก็ถือว่าใช้ได้ เมื่อได้รายชื่อเว็บไซต์เป้าหมายดังกล่าวแล้ว แนะนำว่าให้เก็บรายชื่อเว็บไซต์ดังกล่าวเอาไว้เป็น Text File เพื่อความสะดวกในการนำมาใช้งานครั้งต่อ ไป เพราะเราต้องใช้บ่อยและมีการเพิ่มเติมตลอด  ที่สำคัญคือควรรวบรวมหามาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ 2. ให้เขียนคำโฆษณาเป็น Text File [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/04/ขายสินค้าผ่านเน็ต-ขายของผ่านเน็ต-ร้านค้าออนไลน์.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-156" title="ขายสินค้าผ่านเน็ต, ขายของผ่านเน็ต, ร้านค้าออนไลน์" src="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/04/ขายสินค้าผ่านเน็ต-ขายของผ่านเน็ต-ร้านค้าออนไลน์.jpg" alt="ขายสินค้าผ่านเน็ตแต่ขายไม่ดี ทำอย่างไรดี?" width="450" height="359" /></a></p>
<p>เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะประสบปัญหาดังหัวเรื่องที่จั่วไว้ โดยเฉพาะมือใหม่ ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ในการทำมาหากิน (เรียกซะบ้านๆ เลย &#8211; ขอเป็นคำหรูๆ หน่อยได้ป่ะ? เช่น การทำธุรกิจ) บนอินเตอร์เน็ต</p>
<p>ก่อนอื่นต้องขอออกตัวไว้ก่อนเลยครับว่า ผมเองไม่ได้เก่งขนาดเป็น กูรู  อะไร เพียงแต่มีประสบการณ์ที่ดีๆ เลยนำมาแบ่งปันกัน เผื่อจะมีประโยชน์กับผู้อ่านบ้าง เท่านั้นเอง</p>
<p>และสิ่งที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้ก็ไม่มีเทคนิคอะไรพิเศษ จะเน้นการปฏิบัติเป็นหลัก แต่ก็ใช่ว่าจะ ไร้หลักการนะครับ แต่จะเป็นการแนะนำแบบ Work Hard &amp; Smart (ทำหนักๆ แต่ทำแบบฉลาดๆ)</p>
<p>1. เราต้องรู้จักตัวเราเองก่อน พูดง่ายๆ ก็คือเราต้องรู้ก่อนว่าสินค้าเรา เป็นสินค้าประเภทไหนกลุ่มลูกค้าแบบไหน สินค้าเรามีจุดเด่นตรงไหนอย่างไร จากนั้นก็รวบรวมรายชื่อเว็บไซต์ที่ให้บริการลงประกาศ/โฆษณาฟรี ที่ตรงหรือใกล้เคียงกับประเภทสินค้าของเรา ซึ่งโดยปกติเว็บไซต์ที่ให้บริการลงประกาศ/โฆษณาฟรี มักจะมีหมวดหมู่ให้เลือกมากมาย หากหมวดหมู่ในเว็บนั้นตรงหรือใกล้เคียงกับสินค้าของเรา ก็ถือว่าใช้ได้</p>
<p>เมื่อได้รายชื่อเว็บไซต์เป้าหมายดังกล่าวแล้ว แนะนำว่าให้เก็บรายชื่อเว็บไซต์ดังกล่าวเอาไว้เป็น Text File เพื่อความสะดวกในการนำมาใช้งานครั้งต่อ ไป เพราะเราต้องใช้บ่อยและมีการเพิ่มเติมตลอด  ที่สำคัญคือควรรวบรวมหามาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้</p>
<p>2. ให้เขียนคำโฆษณาเป็น Text File เก็บเอาไว้ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการลงโฆษณา เพราะคงไม่ทันกินแน่หากเราต้องมานั่งพิมพ์ใหม่ทุกครั้งที่เราต้องการจะลงโฆษณา แต่อย่าลืมหลักในการเขียนคำโฆษณานะครับ เพราะการลงโฆษณาบนอินเตอร์เน็ตจะมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่ทำให้โฆษณาของเรามีผลในอานาคต ดังนั้นเราจังต้องมี เทคนิคการลงประกาศ/โฆษณา  (เป็นอีกบทความที่แนะนำ &#8211; ถ้าเคยอ่านแล้วก็ข้ามไปได้เลย)</p>
<p>3. ลงมือปฏิบัติการ หลังจากที่ได้ทั้งแหล่งเป้าหมาย และหลักการทางด้านเทคนิคแล้ว ต่อมาก็คือลงมือทำ ซึ่งมีหลักง่ายๆ คือ ลงประกาศโฆษณาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ หรืออาจจะตั้งเป้าหมายไว้ว่าวันละ 10 หรือ 20 เว็บก็ได้ เวียนไปจนกว่าจะครบ เมื่อครบแล้วก็เริ่มวนใหม่</p>
<p>ให้ทำทั้ง 3 ข้อนี้อย่างสม่ำเสมอ นั่นคือ หาแหล่งเป้าหมายใหม่ๆ, ปรับปรุง เพิ่มเติม เนื้อความโฆษณา และ ลงประกาศ/โฆษณา วนเวียนไปในเว็บไซต์กลุ่มเป้าหมายที่เราหามาได้ (จัดเป็นตารางยิ่งดี เพื่อป้องกันการโพสต์ซ้ำๆ)</p>
<p>หลังจากทำตามที่แนะนำแล้วให้รอดูผลสัก 30 วัน เพื่อรอให้ผลทางเทคนิคทำงาน (คำแนะนำตามข้อที่ 2) อย่างน้อยใครที่ต้องการซื้อสินค้าแบบเดียวกับของเรา เมื่อค้นหาที่ Google จะต้องเจอสินค้าที่เราประกาศไว้แน่นอน และเมื่อนั้นโอกาสในการขายก็เปิดกว้างอย่างไม่ต้องสงสัย และเป็นผลระยาวเสียด้วย เพราะโฆษณาของเราที่ฝากไว้กับเว็บไซต์ต่างๆ ติดอยู่ใน Google</p>
<p>มารยาทในการโพสต์ หรือมารยาทในการลงประกาศโฆษณาที่ดี เป็นอีกเรื่องที่เราต้องใส่ใจ เพราะการลงโฆษณาในที่ไม่เหมาะสม หรือ ลงโฆษณาในลักษณะซ้ำซาก การกระทำดังกล่าวจะเป็นตัวบ่งบอกถึงนิสัยของผู้โพสต์เองว่าเป็นคนอย่างไร&#8230; เห็นแก่ตัวหรือไม่, เห็นแก่ได้หรือเปล่า, ซื่อสัตย์ไหมหนอ?</p>
<p>คนที่เข้ามาใช้บริการในเว็บไซต์ที่เราไปลงประกาศไว้ เขาสามารถตัดสินใจได้เองโดยอัตโนมัติ จากลักษณะและมารยาทในการลงโฆษณาของเรา ดังนั้นขอให้ระวังจุดนี้ให้ได้ครับ เพราะถึงแม้คุณจะทำดีแล้วทั้ง 3 ข้อที่ผมแนะนำ แต่ถ้าพลาดตรงนี้ก็เท่ากับตกม้าตายครับ</p>
<p><em>ที่มา : thaibizcenter.com/mArticle.asp?AID=528</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://shoppingplearn.com/155/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%b2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โฆษณาสินค้าออนไลน์ ทำอย่างไรถึงประสบความสำเร็จ</title>
		<link>http://shoppingplearn.com/151/%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2.html</link>
		<comments>http://shoppingplearn.com/151/%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Apr 2012 06:49:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Shopping</dc:creator>
				<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณาสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณาสินค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณาออนไลน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://shoppingplearn.com/?p=151</guid>
		<description><![CDATA[อินเตอร์เน็ตเป็นสื่ออีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถ ใช้เป็นช่องทางในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้อย่างกว้างขวางและไร้ขอบเขต ช่วยให้ข้อมูลข่าวสารจากซีกโลกหนึ่งไปสู่อีกซีกโลกหนึ่งได้ในพริบตา เมื่อ เอาประสิทธิภาพในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ของอินเตอร์ มาบวกลบคูณหารกับผลตอบรับและการลงทุนลงแรงแล้ว ทำให้หลายๆ คนต่างยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อที่มีต้นทุนต่ำ แต่ให้ประสิทธิภาพสูง พูดง่ายๆ ก็คือ ลงทุนน้อยแต่ได้ผลกลับมาเยอะ เมื่อเปรียบเทียบกับสื่อประเภทอื่นๆ สำหรับประเทศไทย ในแต่ละปีการใช้งานอินเตอร์เน็ตมีการใช้งานขยายตัวมากขึ้น และเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงมาก (ขออนุญาตไม่อ้างอิงตัวเลขให้ปวดหัวนะครับ แต่ใครที่สนใจสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ของ nectec) นั่นหมายถึงว่าโอกาสที่การทำธุรกิจ ซื้อขายสินค้าและบริการต่างๆ ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตก็มีโอกาสขยายสูงตัวตามไปด้วยเช่นกัน แต่เชื่อว่าคงมีมือใหม่หลายๆ คน ที่เข้ามาใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการลงประกาศโฆษณาซื้อขายสินค้าและ บริการ (คงจะมีมือเก่าๆ บางคนด้วย) อาจจะยังไม่ทราบว่าทำอย่างไร ถึงจะโฆษณาออนไลน์ หรือการลงประกาศ ของตนได้ผล เป็นที่น่าพอใจ หรือเป็นที่สนใจของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ถ้าอยากรู้ผมมีเทคนิคมาบอกครับ&#8230; ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า การโฆษณาออนไลน์ หรือการโฆษณาทางอินเตอร์เน็ตนั้น เกี่ยวข้องกับเสิร์ชเอ็นจิ้น (Search Engine) และเว็บไซต์โดยตรง ดังนั้นเมื่อไหนๆ โฆษณาของเราต้องเกี่ยวข้องกับเสิร์ชเอ็นจิ้นอยู่แล้ว เราก็เอาจุดนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์เสียเลย ในการลงโฆษณาแบบออนไลน์ สิ่งที่เราต้องคิดเป็นอันดับแรกคือ หัวข้อที่จะใช้โฆษณา(Title) เนื่องจากหัวข้อโฆษณาที่เราจะใช้ จะมีผลกับการค้นหาในเสิร์ชเอ็นจิ้นด้วย เพราะว่าเว็บที่ให้บริการโฆษณาฟรีทั้งหลายในปัจจุบันส่วนใหญ่ จะมีการปรับแต่งระบบเพื่อให้เสิร์ชเอ็นจิ้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อินเตอร์เน็ตเป็นสื่ออีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถ ใช้เป็นช่องทางในการโฆษณา  ประชาสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้อย่างกว้างขวางและไร้ขอบเขต  ช่วยให้ข้อมูลข่าวสารจากซีกโลกหนึ่งไปสู่อีกซีกโลกหนึ่งได้ในพริบตา</p>
<p><a href="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/04/โฆษณาสินค้าออนไลน์.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-152" title="โฆษณาสินค้าออนไลน์" src="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/04/โฆษณาสินค้าออนไลน์.jpg" alt="โฆษณาสินค้าออนไลน์ ทำอย่างไรถึงประสบความสำเร็จ" width="450" height="360" /></a></p>
<p>เมื่อ เอาประสิทธิภาพในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ของอินเตอร์  มาบวกลบคูณหารกับผลตอบรับและการลงทุนลงแรงแล้ว ทำให้หลายๆ  คนต่างยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อที่มีต้นทุนต่ำ  แต่ให้ประสิทธิภาพสูง พูดง่ายๆ ก็คือ ลงทุนน้อยแต่ได้ผลกลับมาเยอะ  เมื่อเปรียบเทียบกับสื่อประเภทอื่นๆ</p>
<p>สำหรับประเทศไทย  ในแต่ละปีการใช้งานอินเตอร์เน็ตมีการใช้งานขยายตัวมากขึ้น  และเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงมาก  (ขออนุญาตไม่อ้างอิงตัวเลขให้ปวดหัวนะครับ  แต่ใครที่สนใจสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ของ nectec)  นั่นหมายถึงว่าโอกาสที่การทำธุรกิจ ซื้อขายสินค้าและบริการต่างๆ  ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตก็มีโอกาสขยายสูงตัวตามไปด้วยเช่นกัน</p>
<p>แต่เชื่อว่าคงมีมือใหม่หลายๆ คน  ที่เข้ามาใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการลงประกาศโฆษณาซื้อขายสินค้าและ บริการ (คงจะมีมือเก่าๆ บางคนด้วย) อาจจะยังไม่ทราบว่าทำอย่างไร  ถึงจะโฆษณาออนไลน์ หรือการลงประกาศ ของตนได้ผล เป็นที่น่าพอใจ  หรือเป็นที่สนใจของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย</p>
<p><strong> ถ้าอยากรู้ผมมีเทคนิคมาบอกครับ&#8230;</strong></p>
<p>ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า การโฆษณาออนไลน์  หรือการโฆษณาทางอินเตอร์เน็ตนั้น เกี่ยวข้องกับเสิร์ชเอ็นจิ้น (Search  Engine) และเว็บไซต์โดยตรง ดังนั้นเมื่อไหนๆ  โฆษณาของเราต้องเกี่ยวข้องกับเสิร์ชเอ็นจิ้นอยู่แล้ว  เราก็เอาจุดนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์เสียเลย</p>
<p>ในการลงโฆษณาแบบออนไลน์ สิ่งที่เราต้องคิดเป็นอันดับแรกคือ  หัวข้อที่จะใช้โฆษณา(Title) เนื่องจากหัวข้อโฆษณาที่เราจะใช้  จะมีผลกับการค้นหาในเสิร์ชเอ็นจิ้นด้วย  เพราะว่าเว็บที่ให้บริการโฆษณาฟรีทั้งหลายในปัจจุบันส่วนใหญ่  จะมีการปรับแต่งระบบเพื่อให้เสิร์ชเอ็นจิ้น  สามารถเข้ามาเก็บข้อมูลในหน้าต่างๆ ของเว็บไซต์ได้ดีขึ้น และเร็วขึ้น  (ในทางเทคนิคเรียกว่า Search Engine Optimization &#8211; SEO)</p>
<p>ดังนั้นหากเราใช้คำ หรือ หัวข้อที่ผ่านการวิเคราะห์มาอย่างดี  ก็จะช่วยให้โฆษณาของเราสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย  ผ่านทางระบบเสิร์ชเอ็นจิ้นได้ในระยะยาว  เรียกได้ว่าโฆษณาทีเดียวแต่สามารถเพิ่มลูกค้าได้ต่อเนื่อง  จากผู้ชมที่ค้นหาข้อมูลผ่านระบบเสิร์ชเอ็นจิ้น</p>
<p>การใช้คำในหัวข้อโฆษณาแบบออนไลน์กับแบบออฟไลน์ (สื่อแบบปกติ  เช่นหนังสือ, นิตยสาร เป็นต้น) จะแตกต่างกัน  ซึ่งการใช้คำในหัวข้อโฆษณาแบบออฟไลน์จะเน้นการจูงใจ ทำให้สนใจ ตื่นเต้น  เป็นสำคัญ (ตัวอย่างเช่น ด่วน!!&#8230; , ห้ามพลาด!! หรือ ลดกระหน่ำ เป็นต้น)  เนื่องจากการโฆษณาแบบออฟไลน์จะมุ่งเน้นเชิญชวนให้ผู้ที่กำลังดู กำลังมอง  หรือกำลังฟัง สื่อตัวนั้นให้เกิดความสนใจกับสิ่งที่กำลังนำเสนอ  แต่ถ้าสื่อดังกล่าวไม่ได้อยู่ตรงหน้า หรือไม่ได้เห็น ไม่ได้ฟัง ณ  ขณะนั้น สื่อดังกล่าวก็จะไม่มีผลหรืออิทธิพลใดๆ เลย</p>
<p>แต่การโฆษณาออนไลน์มีมากกว่านั้น  เพราะพฤติกรรมของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต นอกจากจะมีการเข้าไปยังเว็บไซต์  (ซึ่งถือว่าเป็นสื่ออีกรูปแบบหนึ่ง) โดยตรงแล้ว  ยังมีผู้ใช้งานอินเตอร์อีกจำนวนมาก  ที่ชอบใช้วิธีการหาข้อมูลผ่านระบบเสิร์ชเอ็นจิ้น</p>
<p>ดังนั้นหากหัวข้อโฆษณาของเรายังขึ้นต้นด้วยข้อความแบบเดิมๆ  เช่น ด่วน!!. , ห้ามพลาด!! หรือ ลดกระหน่ำ ถามว่า  โอกาสที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายจะเสิร์ช หรือค้นหามาเจอเราแบบตรงๆ  ในเสิร์ชเอ็นจิ้นนั้นมีมากแค่ไหน?? &#8212; (ติ๊กต็อกๆ .. ให้เวลาคิด)</p>
<p><strong>ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า มีน้อยมากๆ</strong> เพราะถ้าหากเป็นคุณ ที่ต้องการจะค้นหาข้อมูลเพื่อใช้บริการอะไรสักอย่าง  ถามว่า คุณจะค้นหาด้วยคำว่า ด่วน!!. , ห้ามพลาด!! หรือ ลดกระหน่ำ หรือไม่?  &#8212; (ถ้าตอบว่าใช่ โปรดพบแพทย์ เพื่อเช็คระบบเลือดลมด่วน)</p>
<p>การใช้หัวข้อโฆษณาในลักษณะดังกล่าว จะทำให้เราสูญเสียโอกาส ในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายไปอย่างน่าเสียดาย</p>
<p>แต่ไม่ใช่ว่าการใช้คำโฆษณาแบบออฟไลน์ไม่ดี  หรือใช้ไม่ได้ผลนะครับ เพียงแต่เราเปลี่ยนการใช้ถ้อยคำในลักษณะดังกล่าวไป ไว้ในเนื้อหาของโฆษณา แทนที่เราจะเอามาวางไว้เป็นหัวข้อ  เพราะหลังจากผู้ชมค้นหามาเจอโฆษณาของเรา แล้วคลิกเข้ามาชม  การโฆษณาแบบออฟไลน์ก็จะเริ่มทำงานต่อทันที  เพราะผู้ชมกำลังดูโฆษณาของเราอยู่ตรงหน้าแล้ว</p>
<p><strong> แล้วคำที่จะใช้เป็นหัวข้อในการโฆษณาแบบออนไลน์ที่ว่านั้น จะต้องเป็นคำแบบไหน หรือจะเขียนแบบไหนล่ะ??</strong></p>
<p>วิธีการคิดคำหรือการใช้คำที่จะเขียนเป็นหัวข้อโฆษณาแบบออนไลน์ นั้น ใช้หลักง่ายๆ ดังนี้คือ ให้เราคิดว่า  ถ้าเราเป็นลูกค้าที่ต้องการจะใช้สินค้า หรือ  บริการ แบบเดียวกับที่เรามีนั้น เขาจะค้นหาในเสิร์ชเอ็นจิ้นด้วยคำว่าอะไร  &#8212;  (อย่าลืมนะครับว่าคนที่ตั้งใจจะใช้บริการเขาไม่ค้นหาด้วยคำที่สั้นจุ๊ดจู๋ แน่นอน) และให้นึกกลับกันว่า สินค้าหรือบริการของเรานั้น  มีจุดแข็งหรือคุณสมบัติเด่นๆ อะไรบ้าง</p>
<p>เมื่อนึกได้ทั้งสองฝั่งแบบนี้ ก็ให้ทำการจดใส่กระดาษเอาไว้  แล้วก็เรียบเรียงเป็นถ้อยคำ หรือวลี ขึ้นมา ซึ่งบางทีอาจจะดูยาว  หรือสั้นไปบ้าง แต่ก็ให้แน่ใจว่าเราได้บอกถึงสิ่งที่เป็นจุดเด่นของเราแล้ว  (แต่ไม่ควรจะสั้นจุ๊ดจู๋นะครับ)</p>
<p>เมื่อได้หัวข้อแล้วทีนี้ก็เหลือ  สรรพคุณที่เราจะใช้บรรยายหลอกล่อให้ผู้ชมอ่านแล้วรู้สึกเห็นดีเห็นงาม  จนต้องควักตังค์จ่ายให้เรา  ซึ่งในส่วนนี้สามารถใช้เทคนิคการเขียนคำโฆษณาแบบออฟไลน์ได้แบบเต็มที่</p>
<p>และนี่ก็เป็นเทคนิคการโฆษณาออนไลน์ที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที  ซึ่งหากเลือกใช้คำในหัวข้อของโฆษณาได้อย่างถูกต้องแล้ว  รับรองได้ว่าผลในระยะยาวนั้นคุ้มค่าแน่นอน  ดังนั้นก่อนจะลงโฆษณาก็คิดกันหน่อยนะครับ</p>
<p>ที่มา : thaibizcenter.com/mArticle.asp?AID=524</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://shoppingplearn.com/151/%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หลักการง่ายๆในการเปิดร้านค้าออนไลน์</title>
		<link>http://shoppingplearn.com/147/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3.html</link>
		<comments>http://shoppingplearn.com/147/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Apr 2012 09:27:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Shopping</dc:creator>
				<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[หลักการขายสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[หลักการเปิดร้านค้า]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดร้านค้าออนไลน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://shoppingplearn.com/?p=147</guid>
		<description><![CDATA[มีกิจการส่วนตัว ถือเป็นความฝันของใครหลายๆ คน ซึ่งสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องลงทุนสูง เพื่อหาทำเลเปิดหน้าร้านให้ยุ่งยากอีกต่อไปแล้ว เพราะระบบอินเทอร์เน็ตสามารถเนรมิตให้คุณมีร้านขายของส่วนตัวขึ้นมาได้ใน พริบตา โดยที่แทบจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย การจะเปิดร้านค้าออนไลน์ของตัวเองนั้น มีหลักการคิดง่ายๆ ไม่แตกต่างไปจากการเปิดหน้าร้านปกติมากนัก โดยก่อนอื่นก็จะต้องคิดว่าจะขายอะไร ขายให้ใคร ขายที่ไหน และขายอย่างไร ขาย อะไร คนส่วนใหญ่มักจะลืมคิดถึงเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก แต่มักจะไปคิดถึงระบบหรือวิธีที่จะใช้ขายของกันก่อน ซึ่งนั่นทำให้ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะวิธีการขายที่คิดไว้อาจจะไม่เหมาะกับสินค้าที่จะขายนั่นเอง ดังนั้นคุณควรคิดก่อนว่าจะขายอะไร โดยสินค้าหรือบริการที่จะขาย ต้องเป็นสิ่งที่คุณพอจะมีความถนัด ความเข้าใจในตัวสินค้าอยู่บ้าง สินค้ามีความโดดเด่น ไม่เหมือนกับรายอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาด หรือไม่ก็ต้องเป็นสินค้าที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นที่ต้องการของตลาด หรืออาจจะเป็นสินค้าที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่แล้ว ซึ่งการเลือกสินค้าถือเป็นกระบวนการที่สำคัญมากในการเริ่มต้นขายของ ขายให้ใคร หลัง จากตัดสินใจได้แล้วว่าจะขายสินค้าหรือบริการอะไร ก็ต้องมาคิดต่อว่ากลุ่มเป้าหมายของสินค้าเหล่านี้เป็นใคร เป็นคนกลุ่มไหน อายุประมาณเท่าไร หญิงหรือชาย จะขายคนในประเทศหรือต่างประเทศ ตลาดไหนที่จะเป็นตลาดหลักของสินค้าที่จะขาย สิ่งเหล่านี้ต้องวางแผนเอาไว้เพื่อจะได้เลือกทำเลที่จะใช้ขายของต่อไป ขายที่ไหน เมื่อ ตัดสินใจเลือกสินค้าที่จะขายและกลุ่มเป้าหมายได้แล้ว ก็ต้องมาเลือกทำเลขายของ หรือที่เปิดหน้าร้านที่จะเหมาะกับสินค้าและกลุ่มเป้าหมายด้วย เพราะการขายของไม่ได้มีแต่วิธีทำเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหลายๆ แห่งที่สามารถนำสินค้าไปวางขายได้ เช่น ขายของผ่าน Social Network, e-Marketplace, Blog, [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/04/หลักการขายสินค้า.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-148" title="หลักการขายสินค้า" src="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/04/หลักการขายสินค้า.jpg" alt="หลักการง่ายๆในการเปิดร้านค้าออนไลน์" width="560" height="480" /></a></p>
<div>
<p>มีกิจการส่วนตัว  ถือเป็นความฝันของใครหลายๆ คน ซึ่งสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องลงทุนสูง  เพื่อหาทำเลเปิดหน้าร้านให้ยุ่งยากอีกต่อไปแล้ว  เพราะระบบอินเทอร์เน็ตสามารถเนรมิตให้คุณมีร้านขายของส่วนตัวขึ้นมาได้ใน  พริบตา โดยที่แทบจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย</p>
<p>การจะเปิดร้านค้าออนไลน์ของตัวเองนั้น มีหลักการคิดง่ายๆ ไม่แตกต่างไปจากการเปิดหน้าร้านปกติมากนัก  โดยก่อนอื่นก็จะต้องคิดว่าจะขายอะไร ขายให้ใคร ขายที่ไหน และขายอย่างไร</p>
<p>ขาย อะไร คนส่วนใหญ่มักจะลืมคิดถึงเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก  แต่มักจะไปคิดถึงระบบหรือวิธีที่จะใช้ขายของกันก่อน  ซึ่งนั่นทำให้ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร  เพราะวิธีการขายที่คิดไว้อาจจะไม่เหมาะกับสินค้าที่จะขายนั่นเอง  ดังนั้นคุณควรคิดก่อนว่าจะขายอะไร โดยสินค้าหรือบริการที่จะขาย  ต้องเป็นสิ่งที่คุณพอจะมีความถนัด ความเข้าใจในตัวสินค้าอยู่บ้าง  สินค้ามีความโดดเด่น ไม่เหมือนกับรายอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาด  หรือไม่ก็ต้องเป็นสินค้าที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นที่ต้องการของตลาด  หรืออาจจะเป็นสินค้าที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่แล้ว  ซึ่งการเลือกสินค้าถือเป็นกระบวนการที่สำคัญมากในการเริ่มต้นขายของ</p>
<p><strong>ขายให้ใคร </strong>หลัง จากตัดสินใจได้แล้วว่าจะขายสินค้าหรือบริการอะไร  ก็ต้องมาคิดต่อว่ากลุ่มเป้าหมายของสินค้าเหล่านี้เป็นใคร เป็นคนกลุ่มไหน  อายุประมาณเท่าไร หญิงหรือชาย จะขายคนในประเทศหรือต่างประเทศ  ตลาดไหนที่จะเป็นตลาดหลักของสินค้าที่จะขาย  สิ่งเหล่านี้ต้องวางแผนเอาไว้เพื่อจะได้เลือกทำเลที่จะใช้ขายของต่อไป</p>
<p><strong>ขายที่ไหน </strong>เมื่อ ตัดสินใจเลือกสินค้าที่จะขายและกลุ่มเป้าหมายได้แล้ว  ก็ต้องมาเลือกทำเลขายของ  หรือที่เปิดหน้าร้านที่จะเหมาะกับสินค้าและกลุ่มเป้าหมายด้วย  เพราะการขายของไม่ได้มีแต่วิธีทำเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหลายๆ  แห่งที่สามารถนำสินค้าไปวางขายได้ เช่น ขายของผ่าน Social Network,  e-Marketplace, Blog, Amazon เป็นต้น</p>
<p><strong>ขายอย่างไร </strong>ใน ส่วนนี้ก็ต้องมาเลือกรูปแบบการขายสินค้าของตัวเองแล้วว่าจะทำเองขายเอง  ฝากขาย หรือว่าจะรับมาขาย แล้วกินค่านายหน้าก็แล้วแต่ความถนัด  ถ้ามีสินค้าเอง ผลิตขึ้นมาเองก็อาจจะทำเองขายเอง หรืออาจจะฝากขายด้วยก็ได้  โดยเราสามารถสร้างช่องทางการขายขึ้นมาได้ตามความต้องการ  แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีสินค้าของตัวเองจะเลือกการเป็นนายหน้ารับสินค้ามาขาย  แล้วกินเปอร์เซ็นต์ค่านายหน้าก็ได้ ซึ่งสมัยนี้ก็นิยมใช้วิธีการนี้กันมาก  เพราะเป็นเหมือนการจับเสือมือเปล่า<br />
เรียนรู้ช่องทางการขาย</p>
<p>ช่อง ทางการขายเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่จะทำให้การขาย  ของประสบความสำเร็จ  โดยการเลือกช่องทางก็ต้องให้เหมาะกับสินค้า  ความถนัดของผู้ขายที่มีอยู่เดิม และในขณะเดียวกันก็ต้องปรับปรุง  เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมช่องทางการขายให้กว้างขึ้น  รวมทั้งพัฒนากลยุทธ์วิธีการขายของตัวเองให้พัฒนาเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ  เพื่อให้มียอดการขายที่เพิ่มสูงขึ้น  ทีนี้มาศึกษาว่าช่องทางไหนที่ตัวเองถนัดที่สุด</p>
<p>ขายผ่าน e-Marketplace สำหรับผู้ที่ต้องการจะเปิดเว็บไซต์ หรือเปิดหน้าร้านกับ e-Marketplace  ทั้งหลาย ก็สามารถทำได้เช่นกัน  โดยปัจจุบันมีตลาดหลายแห่งที่เปิดให้บริการอยู่ เช่น Tarad.com,  Shopping.co.th, Weloveshopping.com เป็นต้น ซึ่งการขายสินค้าผ่าน  e-Marketplace นั้นจะต้องเข้าไปเป็นสมาชิกก่อน  ส่วนการเลือกใช้บริการเว็บไซต์ร้านค้าสำเร็จรูปก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่  ช่วยประหยัดเวลาการสร้างหน้าร้านได้เช่นกัน</p>
<p>เมื่อเลือกสินค้า เลือกรูปแบบการขายที่ถนัด  ทำการจัดวางโครงสร้างหน้าร้านให้กับร้านขายของตัวเองได้แล้ว  ซึ่งนั่นหมายถึงการออกแบบหน้าร้านตัวเองว่าจะให้มีข้อมูลประเภทไหนบ้าง  จะเอาสินค้าวางไว้ตรงไหน จะเอาโฆษณาวางไว้ตรงจุดไหน  เมื่อสรุปได้แล้วก็อย่ามัวรีรอที่จะลงมือปฏิบัติกันอย่างจริงจัง  เพราะขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลานานกว่าจะได้ร้านค้าที่สวยถูกใจ  และอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างหน้าร้านอีกหลายรอบ  อีกทั้งกว่าจะทำรายได้ให้นั้นก็ต้องใช้เวลาอีกเช่นกัน  ไม่ได้รวดเร็วอย่างใจนึก</p>
<p>เมื่อสร้างหน้าร้านขายของสำเร็จแล้วก็ ต้องป่าวประกาศให้ผู้คนได้รับรู้ จะได้มีคนเข้าไปที่หน้าร้านตัวเองให้มากๆ  เพราะการสร้างร้านโดยที่ไม่เคยมีการประชาสัมพันธ์ตัวเองให้ผู้คนได้รับรู้ก็  ไม่ต่างกับการสร้างตู้โชว์สินค้าเอาไว้ดูเล่นอยู่คนเดียว</p>
<p>ส่วนวิธี การโปรโมตร้านค้าตัวเองนั้น  ทำเลที่คุณไปตั้งหน้าร้านบางแห่งก็มีเครื่องมือที่ช่วยโปรโมตสินค้าให้คุณ  เพียงแต่ว่าจะต้องขยันอัพเดตสินค้าบ่อยๆ ซึ่งการจะไปตั้งหน้าร้านที่ไหน  หรือเลือกรูปแบบการขายแบบไหนก็ต้องศึกษาวัฒนธรรม  รวมถึงเครื่องมือของแต่ละแห่งที่มีให้ใช้เพื่อเอื้ออำนวยให้กับผู้ขายด้วย  ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้คุณโปรโมตร้านค้าของตัวเองได้ในเบื้องต้น  แต่ถ้าต้องการให้ร้านตัวเองดังเพิ่มขึ้นก็ต้องใช้เครื่องมืออื่นๆ  ผสมเข้าไปด้วย เช่น การใช้ SEO การแลกลิงก์  การเข้าไปรายงานตัวในไดเรกทอรีต่างๆ การใช้คีย์เวิร์ด เป็นต้น</p>
<p>สมัย นี้ใครคิดจะทำเว็บไซต์สามารถทำได้ง่ายๆ แต่จะทำให้ติดอันดับต้นๆ ใน Google  หรือจะเรียกคนเข้าไปที่ร้านได้นั้นทำได้ยากยิ่งกว่าการให้คนเข้ามาที่ร้าน  แล้วตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณซะอีก</p>
<p><em>Source: Ecommerce Magazine ecommerce-magazine.com</em></p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://shoppingplearn.com/147/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับ ร้านค้าอนลไน์ ที่เพิ่งเปิดได้อย่างไร</title>
		<link>http://shoppingplearn.com/143/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab.html</link>
		<comments>http://shoppingplearn.com/143/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Apr 2012 09:24:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Shopping</dc:creator>
				<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[ความน่าเชื่อถือร้านค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ช้อปปิ้งออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านค้า Online]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดร้านค้าออนไลน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://shoppingplearn.com/?p=143</guid>
		<description><![CDATA[1. แต่งหน้าเว็บให้ดูสวยงามเป็นระเบียบ ลอง คิดว่าคุณเป็นคนซื้อ ของ กำลังหาซื้อ รองเท้า มีอยู่สองร้านค้าให้เลือก สินค้าชนิดเดียวกันเลย ร้านแรก มีรูปสินค้าสวยงาม หน้าตาเว็บดูเข้ากับ สินค้าที่ขาย สีสันมันลงตัวจริงๆ ส่วนอีกร้าน ดูเห่ยๆ สีสันไม่เข้ากัน โลโกร้านก็ดูไม่สวย คุณจะเลือกซื้อสินค้าที่ร้านไหนกันหละ 2. รูปสินค้าต้องสวยและมีรูปเสริม เรื่อง นี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก แต่ยิ่งถ้าเป็นรูปที่ถ่ายเองกับมือ โดยมี กระดาษสีขาวมีตัวหนังสือที่ใช้มือเขียนเป็นชื่อร้านของท่านเป็นส่วนประกอบใน รูป จะสร้างความน่าเชื่อถือให้ร้านเป็นอย่างมาก อาจจะเอาผสมกับรูปที่หามาจากเน็ตด้วยก็ได้ แต่ถ้าถ่ายเองทั้งหมด จะดีกว่า สินค้าชิ้นหนึ่งควรมีรูปอย่างน้อย 4 รูปขึ้นไป 3. จำลองรายการสั่งซื้อ สมัคร สมาชิกของร้านตัวเองสัก 20 ชื่อ แล้วสั่งซื้อของที่ร้านตัวเอง ให้เนียนๆ ให้เหมือนของจริง แล้วไปโพสแจ้งการโอนเงินที่เว็บบอร์ด เจ้าของร้านก็แจ้งการส่งของที่เว็บบอร์ด ถ้ามีการถ่ายรูปที่แพกกล่อง พร้อมส่งจะดีมาก ก็ลองคิดดูอีกเช่นเดิม คุณจะซื้อรองเท้าจากสองร้าน ร้านแรกแต่งหน้าสวยงามมาก แต่ไม่มีรายการสั่งซื้อสักรายการ เว็บบอร์ดไม่มีสักกระทู้ ส่วนอีกร้าน หน้าตาพอดูได้ แต่มีรายการสั่งซื้อเยอะมาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div>
<p><a href="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/04/ความน่าเชื่อถือร้านค้า.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-144" title="ความน่าเชื่อถือร้านค้า" src="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/04/ความน่าเชื่อถือร้านค้า.jpg" alt="เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับ ร้านค้าอนลไน์ ที่เพิ่งเปิดได้อย่างไร" width="563" height="287" /></a></p>
<p><strong>1. แต่งหน้าเว็บให้ดูสวยงามเป็นระเบียบ</strong><br />
ลอง คิดว่าคุณเป็นคนซื้อ ของ กำลังหาซื้อ รองเท้า มีอยู่สองร้านค้าให้เลือก  สินค้าชนิดเดียวกันเลย  ร้านแรก มีรูปสินค้าสวยงาม หน้าตาเว็บดูเข้ากับ  สินค้าที่ขาย  สีสันมันลงตัวจริงๆ</p>
<p>ส่วนอีกร้าน ดูเห่ยๆ สีสันไม่เข้ากัน  โลโกร้านก็ดูไม่สวย คุณจะเลือกซื้อสินค้าที่ร้านไหนกันหละ</p>
<p><strong>2.  รูปสินค้าต้องสวยและมีรูปเสริม</strong><br />
เรื่อง นี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก  แต่ยิ่งถ้าเป็นรูปที่ถ่ายเองกับมือ โดยมี   กระดาษสีขาวมีตัวหนังสือที่ใช้มือเขียนเป็นชื่อร้านของท่านเป็นส่วนประกอบใน  รูป</p>
<p>จะสร้างความน่าเชื่อถือให้ร้านเป็นอย่างมาก   อาจจะเอาผสมกับรูปที่หามาจากเน็ตด้วยก็ได้ แต่ถ้าถ่ายเองทั้งหมด จะดีกว่า   สินค้าชิ้นหนึ่งควรมีรูปอย่างน้อย 4 รูปขึ้นไป</p>
<p><strong>3.  จำลองรายการสั่งซื้อ</strong><br />
สมัคร สมาชิกของร้านตัวเองสัก 20 ชื่อ  แล้วสั่งซื้อของที่ร้านตัวเอง ให้เนียนๆ  ให้เหมือนของจริง  แล้วไปโพสแจ้งการโอนเงินที่เว็บบอร์ด   เจ้าของร้านก็แจ้งการส่งของที่เว็บบอร์ด</p>
<p>ถ้ามีการถ่ายรูปที่แพกกล่อง   พร้อมส่งจะดีมาก ก็ลองคิดดูอีกเช่นเดิม คุณจะซื้อรองเท้าจากสองร้าน   ร้านแรกแต่งหน้าสวยงามมาก แต่ไม่มีรายการสั่งซื้อสักรายการ   เว็บบอร์ดไม่มีสักกระทู้ ส่วนอีกร้าน หน้าตาพอดูได้   แต่มีรายการสั่งซื้อเยอะมาก แล้วคุณจะซื้อของร้านไหนดี   (ตอนจำลองสั่งซื้อของ และโพสกระทู้เว็บบอร์ด ระวังเรื่องวันที่ด้วยนะ   ไม่ใช่ อยู่ดีๆมีรายการสั่งซื้อ วันเดียวรวดเดียว 20 รายการ มันไม่เนียน)</p>
<p><strong>4.  เอาเรื่องซื้อของไปโม้ต่อที่เว็บอื่น</strong><br />
ต่อเนื่องมาจาก ข้อที่แล้ว  เรื่องการจำลองซื้อของ คุณก็ไปสมัคร blog จากเว็บต่างๆเช่น www.exteen.com www.bloggang.com หรือพวก hi5 facebook twiter</p>
<p>เว็บ บอร์ด sanook pantip   เว็บไหนก็ได้ที่คนใช้เยอะๆไปสมัครแล้วไปโม้สักหน่อยว่า   เพิ่งจะซื้อรองเท้าใหม่มา โพสรูปลงไปด้วย บอกไปว่าซื้อมาจากร้านนี้   ถูกในมาก เพื่อนๆ</p>
<p>มาดูสิว่ามันสวยแค่ไหน   ถ้าคุณเป็นคนที่มาเจอกระทู้เหล่านี้   และคุณกำลังจะหาซื้อรองเท้าจากร้านค้าบนเว็บพอดี   ถามหน่อยว่าคุณจะพิจารณาร้านนี้ก่อนร้านอื่นหรือไม่</p>
<p>(ยังเป็นการทำ ให้  คนค้นหาสินค้าจาก google แล้วมีโอกาสจะเจอเว็บคุณ ด้วยนะจะบอกให้)</p>
<p><strong>5.  หาข้อมูลสินค้าใน google แล้วไปคอมเมนต์</strong><br />
ก็ คุณเพิ่งซื้อรองเท้ามา จากร้านของคุณเอง  คุณก็ต้องอยากอวดอยากอ้างรองเท้าใหม่สิ  ก็หาคำว่า  &#8220;ซื้อรองเท้าใหม่&#8221;  &#8220;รองเท้าใหม่ของผม&#8221; อะไรทำนองนี้ เพื่อหากระทู้หรือ blog   ที่มีคนพูดถึงรองเท้า คุณก็ไปแสดงความเห็น ที่กระทู้หรือ blog   เหล่านั้นว่านี่ผมก็เพิ่งไปซื้อรองเท้าใหม่มาเหมือนกัน ซื้อมาจากร้านนี้   พร้อมทั้งลิงค์ มาที่ร้านของคุณด้วย</p>
<p>เท่านี้แหละ พอมีคนมาอ่านกระทู้นั้น  หากเขากำกำลังจะซื้อรองเท้า เขาก็จะคลิ๊กมาดูร้านค้าที่คุณแนะนำแน่นอน</p>
<p><em>ข้อมูลจาก : thaimarketpress.com/index.php?topic=35.0</em></p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://shoppingplearn.com/143/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขายของออนไลน์ ไปได้ขายดีแน่แน่นอน</title>
		<link>http://shoppingplearn.com/140/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%94.html</link>
		<comments>http://shoppingplearn.com/140/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%94.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Mar 2012 05:28:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Shopping</dc:creator>
				<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[ขายของออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าขายดี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://shoppingplearn.com/?p=140</guid>
		<description><![CDATA[ขายของออนไลน์ไปได้สวยแน่นอนไม่ได้โม้เพราะตอนนี้มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของสองค่าย ให้เราได้ใช้ไม่ได้ดูแค่เว็บครับต่อไปข้อมูลวีดีโอ1แผ่นดีวีดีสามารถส่งผ่าน การดาวน์โหลดภายใน1ชม. โอโหสุดยอดลองตามข่าวนี้ครับ ทรูเปิดเกมรุกเจาะยุ้งข้าวทีทีแอนด์ทีในตลาดบรอดแบนด์ต่างจังหวัด พร้อมออกไอสปีด 8 Mbpsครั้งแรกในไทย และ Wi-Fi เร็วอิสระไร้สาย 2 Mbps รวมทั้งแพกเกจใหม่ 3 Mbps สำหรับคอเว็บในประเทศโชว์ศักยภาพความเป็นผู้นำตลาด โฟกัสไปที่ผู้ใช้ไฮเอนด์ เชื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาด ขายของ online ขายสินค้าออนไลน์ นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการ ทรู ออนไลน์ และกรรมการผู้อำนวยการ, ซีโอโอ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวถึงแผนการดำเนินงานของทรู ออนไลน์ว่า ภายในปีนี้ถึงปีหน้าทรูมีแผนจะลงทุนในเรื่องของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ ในพื้นที่กรุงเทพฯประมาณ 1,500-3,000 ล้านบาท และมีแผนจะรุกตลาดต่างจังหวัดโดยจะเริ่มที่เชียงใหม่ ภูเก็ต และชลบุรีก่อนซึ่งจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปีนี้ การที่ทรูมีแผนจะขยายฐานออกไปในต่างจังหวัดเพราะถูกกลุ่มทีทีแอนด์ที รุกเข้ามาเจาะฐานที่มั่นของทรูในนามทริปเปิลที เพื่อให้บริการบรอดแบนด์ในเขตกรุงเทพฯ และล่าสุดได้มีการออกแพกเกจ 3 Mbps ในราคา 590 บาทต่อเดือน อ้างอิง ผู้จัดการ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/03/ขายของออนไลน์-สินค้าขายดี.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-141" title="ขายของออนไลน์, สินค้าขายดี" src="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/03/ขายของออนไลน์-สินค้าขายดี.jpg" alt="ขายของออนไลน์, สินค้าขายดี" width="640" height="427" /></a></p>
<p>ขายของออนไลน์ไปได้สวยแน่นอนไม่ได้โม้เพราะตอนนี้มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของสองค่าย ให้เราได้ใช้ไม่ได้ดูแค่เว็บครับต่อไปข้อมูลวีดีโอ1แผ่นดีวีดีสามารถส่งผ่าน การดาวน์โหลดภายใน1ชม. โอโหสุดยอดลองตามข่าวนี้ครับ</p>
<p>ทรูเปิดเกมรุกเจาะยุ้งข้าวทีทีแอนด์ทีในตลาดบรอดแบนด์ต่างจังหวัด พร้อมออกไอสปีด 8 Mbpsครั้งแรกในไทย และ Wi-Fi เร็วอิสระไร้สาย 2 Mbps รวมทั้งแพกเกจใหม่ 3 Mbps สำหรับคอเว็บในประเทศโชว์ศักยภาพความเป็นผู้นำตลาด โฟกัสไปที่ผู้ใช้ไฮเอนด์ เชื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาด ขายของ online ขายสินค้าออนไลน์</p>
<p>นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการ ทรู ออนไลน์ และกรรมการผู้อำนวยการ,<br />
ซีโอโอ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวถึงแผนการดำเนินงานของทรู ออนไลน์ว่า ภายในปีนี้ถึงปีหน้าทรูมีแผนจะลงทุนในเรื่องของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ ในพื้นที่กรุงเทพฯประมาณ 1,500-3,000 ล้านบาท และมีแผนจะรุกตลาดต่างจังหวัดโดยจะเริ่มที่เชียงใหม่ ภูเก็ต และชลบุรีก่อนซึ่งจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปีนี้</p>
<p>การที่ทรูมีแผนจะขยายฐานออกไปในต่างจังหวัดเพราะถูกกลุ่มทีทีแอนด์ที รุกเข้ามาเจาะฐานที่มั่นของทรูในนามทริปเปิลที เพื่อให้บริการบรอดแบนด์ในเขตกรุงเทพฯ และล่าสุดได้มีการออกแพกเกจ 3 Mbps ในราคา 590 บาทต่อเดือน</p>
<p>อ้างอิง<br />
ผู้จัดการ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://shoppingplearn.com/140/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%94.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขายของผ่านเว็บ ขายดี ขายง่าย ขายคล่อง</title>
		<link>http://shoppingplearn.com/137/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2.html</link>
		<comments>http://shoppingplearn.com/137/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Mar 2012 05:25:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Shopping</dc:creator>
				<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[ขายของผ่านเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ขายคล่อง]]></category>
		<category><![CDATA[ขายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ขายดี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://shoppingplearn.com/?p=137</guid>
		<description><![CDATA[การขาย เทคนิคการขาย เบื่อไหมกับการขายที่ต้องคอยง้อลูกค้า คอยเอาอกเอาใจ ต้องเตรียมการขาย เข้าพบลูกค้า ติดตามอย่างยาวนานกว่าจะปิดการขายได้แต่ละรายแสนยากเย็น จะ ดีไหมหากต่อไปนี้มีลูกค้าเดินเข้ามาหาคุณ เอง เพิ่มความสะดวกและราบรื่นให้กับการขายของคุณมากยิ่งขึ้น  ปิดการขายได้ง่ายขึ้น และเพิ่มยอดขายคุณให้กระฉูดเหนือใคร ๆ การตลาด อะไรในยุคปัจจุบันที่ช่วยให้คุณขายของได้อย่างง่ายดาย และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั้งประเทศ &#8230; Google คือคำตอบของคุณ !! นั่งเฉย ๆ ลูกค้าก็มาหา ด้วยบริการ Search Engine Optimization (SEO) และบริการลงโฆษณาผ่านเว็บ Google … คุณจะได้รับลูกค้าที่ตรงกลุ่มเป้าหมายที่สุดเพราะเขาค้นหาสินค้าเหล่านั้น ด้วยมือเขาเอง ทำให้คุณปิดการขายได้ง่ายที่สุด  เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในไทยกว่า 10 ล้านคน เว็บไซต์ของคุณ คือพนักงานขายชั้นเลิศ !!! ยิ่งดึงลูกค้าเข้าเว็บคุณมากเท่าไร คุณก็จะได้รับยอดขายมากเท่านั้น ! สรุปจุดแข็งของการขายผ่านระบบออนไลน์ คือ 1. รองรับลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง 2. ลูกค้าเดินเข้ามาหาคุณเอง คุณจึงเหนื่อยน้อยลง และปิดการขายได้ง่ายขึ้น 3. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/03/Shopping.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-138" title="Shopping" src="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/03/Shopping.jpg" alt="ขายของผ่านเว็บ ขายดี ขายง่าย ขายคล่อง" width="500" height="375" /></a></p>
<p><strong>การขาย เทคนิคการขาย</strong></p>
<p>เบื่อไหมกับการขายที่ต้องคอยง้อลูกค้า คอยเอาอกเอาใจ ต้องเตรียมการขาย  เข้าพบลูกค้า ติดตามอย่างยาวนานกว่าจะปิดการขายได้แต่ละรายแสนยากเย็น</p>
<p>จะ ดีไหมหากต่อไปนี้มีลูกค้าเดินเข้ามาหาคุณ เอง  เพิ่มความสะดวกและราบรื่นให้กับการขายของคุณมากยิ่งขึ้น   ปิดการขายได้ง่ายขึ้น และเพิ่มยอดขายคุณให้กระฉูดเหนือใคร ๆ</p>
<p>การตลาด อะไรในยุคปัจจุบันที่ช่วยให้คุณขายของได้อย่างง่ายดาย  และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั้งประเทศ &#8230; Google คือคำตอบของคุณ !! นั่งเฉย ๆ  ลูกค้าก็มาหา ด้วยบริการ Search Engine Optimization (SEO)  และบริการลงโฆษณาผ่านเว็บ Google …  คุณจะได้รับลูกค้าที่ตรงกลุ่มเป้าหมายที่สุดเพราะเขาค้นหาสินค้าเหล่านั้น  ด้วยมือเขาเอง ทำให้คุณปิดการขายได้ง่ายที่สุด   เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในไทยกว่า 10 ล้านคน</p>
<p>เว็บไซต์ของคุณ คือพนักงานขายชั้นเลิศ !!! ยิ่งดึงลูกค้าเข้าเว็บคุณมากเท่าไร คุณก็จะได้รับยอดขายมากเท่านั้น !</p>
<p><strong>สรุปจุดแข็งของการขายผ่านระบบออนไลน์ คือ</strong></p>
<p>1. รองรับลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง<br />
2. ลูกค้าเดินเข้ามาหาคุณเอง คุณจึงเหนื่อยน้อยลง และปิดการขายได้ง่ายขึ้น<br />
3. จับจอง Google เหมือนจับจองทำเลทอง รอให้คนไทยกว่า 90% คนหาสินค้าของคุณ<br />
4. ใช้งบประมาณการขายน้อยกว่าวิธี อื่น ๆ มาก<br />
5. วัดผลได้ชัดเจน ประเมินผลง่าย ทุกอย่างออกมาด้วยระบบสถิติที่แม่นยำ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://shoppingplearn.com/137/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคนิคการขายสินค้าออนไลน์ ให้ประสบณ์ความสำเร็จ</title>
		<link>http://shoppingplearn.com/133/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84.html</link>
		<comments>http://shoppingplearn.com/133/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Mar 2012 05:19:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Shopping</dc:creator>
				<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[การขายสินค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการขายสินค้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://shoppingplearn.com/?p=133</guid>
		<description><![CDATA[เพื่อให้การขายสินค้าของท่านมีประสิทธิภาพมาก ขึ้นเรามีเทคนิคพื้นฐานของการขายสินค้าออนไลน์มาแนะนำตามหลักการตลาด ซึ่งประกอบด้วย &#8220;4P&#8221; ดังนี้ 1.Price ซึ่ง ว่าด้วยเรื่องของราคา ในการตัดสินใจซื้อสินค้าเรื่องของราคาเป็นเรื่องในอันดับต้นๆ ที่ผู้ซื้อจะนำมาใช้ในการประกอบการตัดสินใจซื้อ ถ้าท่านต้องการขายสินค้าในเวลาอันรวดเร็ว ราคาที่ท่านตั้งไว้ควรจะมีราคาที่ดึงดูดใจ อาจมีราคาต่ำกว่าคู่แข่งหรือเน้นราคาต่ำกำไรน้อยแต่เอาปริมาณผู้ซื้อจำนวน มาก (เหมาะกับการขายสินค้าออนไลน์ลูกค้ามาจากทั่วประเทศและส่วนใหญ่สั่งเป็น ปริมาณมากๆ) ถ้ามีการตั้งราคาที่สูงหรือเป็นราคาทั่วๆ ไปตามท้องตลาด การขายก็จะลำบาก ถึงจะมีผู้ชมสินค้าท่านเป็นจำนวนมากแต่ก็จะไม่มีผู้สนใจที่จะซื้อเพราะผู้ ซื้อมีทางเลือกที่จะซื้อสินค้าที่ราคาเท่ากันแต่รับของได้สะดวกตาม ร้านค้าทั่วๆ ไป ดังนั้นถ้าอยากขายง่ายให้ ถูก คุ้มสุดๆ ไว้ก่อน 2.Place ซึ่ง ว่าด้วยเรื่องของช่องทางในการซื้อขาย สำหรับการซื้อขายสินค้าออนไลน์ การติดต่อสั่งซื้อจะติดต่อทาง โทรศัพท์เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นช่องทางที่จะใช้ในการติดต่อสั่งซื้อจะต้องสะดวกและติดต่อได้ง่าย ท่านควรมีช่องทางมากที่สุด ที่สามารถติดต่อได้ เช่น เบอร์มือถือ เบอร์บ้าน อีเมล ที่อยู่ของร้านค้า และควรติดต่อง่าย และการส่งสินค้าจะต้องเป็นไปอย่าง รวดเร็วและถูกต้องเพื่อให้ลูกค้ารับ สินค้าเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้เกิดความประทับใจและมั่นใจในการซื้อครั้งถัดไป 3.Product ซึ่ง ว่าด้วยเรื่องตัวของสินค้า สินค้าที่ท่านนำมาขายควรเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด มี ความเด่นของสินค้าที่เหนือกว่าคู่แข่ง ถ้าท่านมีสินค้าหลายชิ้นท่านอาจเลือกสินค้าที่เป็นตัวเด่นของท่านในการทำ ตลาดก่อน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/03/เทคนิคการขายสินค้า-การขายสินค้าออนไลน์.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-134" title="เทคนิคการขายสินค้า, การขายสินค้าออนไลน์" src="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/03/เทคนิคการขายสินค้า-การขายสินค้าออนไลน์.jpg" alt="เทคนิคการขายสินค้า, การขายสินค้าออนไลน์" width="300" height="302" /></a></p>
<p>เพื่อให้การขายสินค้าของท่านมีประสิทธิภาพมาก ขึ้นเรามีเทคนิคพื้นฐานของการขายสินค้าออนไลน์มาแนะนำตามหลักการตลาด</p>
<p>ซึ่งประกอบด้วย <strong>&#8220;4P&#8221;</strong> ดังนี้</p>
<p><strong>1.Price</strong> ซึ่ง ว่าด้วยเรื่องของราคา  ในการตัดสินใจซื้อสินค้าเรื่องของราคาเป็นเรื่องในอันดับต้นๆ  ที่ผู้ซื้อจะนำมาใช้ในการประกอบการตัดสินใจซื้อ  ถ้าท่านต้องการขายสินค้าในเวลาอันรวดเร็ว  ราคาที่ท่านตั้งไว้ควรจะมีราคาที่ดึงดูดใจ  อาจมีราคาต่ำกว่าคู่แข่งหรือเน้นราคาต่ำกำไรน้อยแต่เอาปริมาณผู้ซื้อจำนวน  มาก (เหมาะกับการขายสินค้าออนไลน์ลูกค้ามาจากทั่วประเทศและส่วนใหญ่สั่งเป็น  ปริมาณมากๆ) ถ้ามีการตั้งราคาที่สูงหรือเป็นราคาทั่วๆ ไปตามท้องตลาด  การขายก็จะลำบาก  ถึงจะมีผู้ชมสินค้าท่านเป็นจำนวนมากแต่ก็จะไม่มีผู้สนใจที่จะซื้อเพราะผู้  ซื้อมีทางเลือกที่จะซื้อสินค้าที่ราคาเท่ากันแต่รับของได้สะดวกตาม  ร้านค้าทั่วๆ ไป ดังนั้นถ้าอยากขายง่ายให้ ถูก คุ้มสุดๆ ไว้ก่อน</p>
<p><strong>2.Place</strong> ซึ่ง ว่าด้วยเรื่องของช่องทางในการซื้อขาย สำหรับการซื้อขายสินค้าออนไลน์ การติดต่อสั่งซื้อจะติดต่อทาง<br />
โทรศัพท์เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นช่องทางที่จะใช้ในการติดต่อสั่งซื้อจะต้องสะดวกและติดต่อได้ง่าย ท่านควรมีช่องทางมากที่สุด<br />
ที่สามารถติดต่อได้ เช่น เบอร์มือถือ เบอร์บ้าน อีเมล ที่อยู่ของร้านค้า และควรติดต่อง่าย และการส่งสินค้าจะต้องเป็นไปอย่าง<br />
รวดเร็วและถูกต้องเพื่อให้ลูกค้ารับ สินค้าเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้เกิดความประทับใจและมั่นใจในการซื้อครั้งถัดไป</p>
<p><strong>3.Product</strong> ซึ่ง ว่าด้วยเรื่องตัวของสินค้า สินค้าที่ท่านนำมาขายควรเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด<br />
มี ความเด่นของสินค้าที่เหนือกว่าคู่แข่ง ถ้าท่านมีสินค้าหลายชิ้นท่านอาจเลือกสินค้าที่เป็นตัวเด่นของท่านในการทำ ตลาดก่อน<br />
และค่อยๆ เพิ่มสินค้าตัวรองตามมาด้วยก็ได้</p>
<p><strong>4.Promotion</strong> ซึ่งว่าด้วยการส่งเสริมการ ขาย ในการขายสินค้าออนไลน์หลังจากท่านลงประกาศแล้วควรมีการติดตาม<br />
และมี การส่งเสริมการขายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการอัพเดทประกาศเป็นประจำเพื่อให้สินค้าท่านได้ขึ้นแสดงในอันดับต้นๆ<br />
และ การลงโฆษณาเพิ่มเติมตามที่ต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการขายนี้ ซึ่งจะช่วยให้ท่านขายสินค้าได้เพิ่มขึ้น<br />
การโปรโมทสินค้านี้ควรทำในหลายๆ จุดในหลายๆ เว็บให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้<br />
เพียงเท่านี้สินค้าของ ท่านก็จะขายได้ไม่ยากอีกต่อไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://shoppingplearn.com/133/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขายสินค้าอย่างไรให้ลูกค้าซื้อ?</title>
		<link>http://shoppingplearn.com/130/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81.html</link>
		<comments>http://shoppingplearn.com/130/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Mar 2012 05:17:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Shopping</dc:creator>
				<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[การขายสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ขายสินค้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://shoppingplearn.com/?p=130</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับ กลยุทธ์การขายมีอยู่หลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การนำ เอากลยุทธ์ดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจของเราได้อย่างไร หลักที่สำคัญอย่างหนึ่งที่พนักงานขายหลายท่านมักจะลืมหรือมองข้ามความสำคัญ คือความสับสนระหว่าง &#8220;ลักษณะเด่น&#8221; กับ &#8220;ผลประโยชน์&#8221; ของสินค้าหรือบริการ โดยมักจะเน้นเสนอเรื่องลักษณะเด่นของสินค้าและบริการ แต่ลืมที่จะเสนอขายประโยชน์ที่ผู้ซื้อจะได้รับจากลักษณะเด่นนั้นๆ เช่น ถ้าท่านขายถังใส่น้ำที่ทำด้วยสเตนเลส ลักษณะเด่นของสินค้าคือไม่เป็นสนิม แต่ผลประโยชน์ที่ผู้ซื้อจะได้รับคือน้ำสะอาด(ปราศจากสนิม) หรือ อาหารสุขภาพที่ทำด้วยผักปลอดสารพิษ ลักษณะเด่นของสินค้าคือ อาหารที่สะอาดและปลอดภัย แต่ผลประโยชน์ที่ผู้ซื้อจะได้รับคือสุขภาพร่างกายที่ดี อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือ &#8220;ประโยชน์ที่เสนอนั้นจะต้องเป็นประโยชน์ที่ลูกค้าต้องการด้วย&#8221; ทีนี้เรามาดูกันว่ากลยุทธ์การขายมีอะไรกันบ้างครับ 1. การขายเป็นชุด จะเป็นการขายสินค้าหรือบริการหลายรายการรวมกันเป็นชุดในราคารวมที่ถูกกว่า หากแยกขาย เช่นขายอาหารพร้อมเครื่องดื่ม การขายอาหารหลายๆอย่างรวมกันเป็นเซ็ต การขายแชมพูพร้อมครีมนวด ขายมีดโกนหนวดพร้อมครีมโกนหนวด สำหรับในด้านของการบริการก็มีให้ตัวอย่างอยู่มาก เช่น การขายโปรแกรมสปาแบบเป็นแพ็คเกจ การซื้อตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักในราคาที่ถูกกว่า โปรแกรมการเข้าพักของโรงแรมแบบ 2 คืน 3 วันแถมอาหารเช้าและรถรับส่ง เป็นต้น สำหรับการขายเป็นชุดนี้อาจจะใช้เพื่อระบายสินค้าที่ขายยากหรือตกค้างควบคู่ ไปกับสินค้าขายดี หรือเป็นการแนะนำสินค้าใหม่โดยแพ็คคู่ไปกับสินค้าที่ขายอยู่แล้วในปัจจุบัน 2. การเสนอขายเป็นกลุ่ม การขายลักษณะนี้เป็นการเสนอขายสินค้าหรือบริการให้ลูกค้าหลายๆคนในเวลาเดียว กัน ถึงแม้นว่ากำไรเฉลี่ยต่อคนจะต่ำกว่าขายทีละคนแต่สามารถสร้างยอดขายได้สูง อีกทั้งเป็นการประหยัดพนักงานขายและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/03/expo_big.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-131" title="ขายสินค้า, การขายสินค้า" src="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/03/expo_big.jpg" alt="ขายสินค้า, การขายสินค้า" width="599" height="449" /></a></p>
<p>สำหรับ กลยุทธ์การขายมีอยู่หลากหลายรูปแบบ  ซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การนำ  เอากลยุทธ์ดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจของเราได้อย่างไร  หลักที่สำคัญอย่างหนึ่งที่พนักงานขายหลายท่านมักจะลืมหรือมองข้ามความสำคัญ  คือความสับสนระหว่าง &#8220;ลักษณะเด่น&#8221; กับ &#8220;ผลประโยชน์&#8221; ของสินค้าหรือบริการ  โดยมักจะเน้นเสนอเรื่องลักษณะเด่นของสินค้าและบริการ  แต่ลืมที่จะเสนอขายประโยชน์ที่ผู้ซื้อจะได้รับจากลักษณะเด่นนั้นๆ เช่น  ถ้าท่านขายถังใส่น้ำที่ทำด้วยสเตนเลส ลักษณะเด่นของสินค้าคือไม่เป็นสนิม  แต่ผลประโยชน์ที่ผู้ซื้อจะได้รับคือน้ำสะอาด(ปราศจากสนิม) หรือ  อาหารสุขภาพที่ทำด้วยผักปลอดสารพิษ ลักษณะเด่นของสินค้าคือ  อาหารที่สะอาดและปลอดภัย  แต่ผลประโยชน์ที่ผู้ซื้อจะได้รับคือสุขภาพร่างกายที่ดี  อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือ  &#8220;ประโยชน์ที่เสนอนั้นจะต้องเป็นประโยชน์ที่ลูกค้าต้องการด้วย&#8221;  ทีนี้เรามาดูกันว่ากลยุทธ์การขายมีอะไรกันบ้างครับ</p>
<p><strong>1. การขายเป็นชุด</strong> จะเป็นการขายสินค้าหรือบริการหลายรายการรวมกันเป็นชุดในราคารวมที่ถูกกว่า  หากแยกขาย เช่นขายอาหารพร้อมเครื่องดื่ม  การขายอาหารหลายๆอย่างรวมกันเป็นเซ็ต การขายแชมพูพร้อมครีมนวด  ขายมีดโกนหนวดพร้อมครีมโกนหนวด  สำหรับในด้านของการบริการก็มีให้ตัวอย่างอยู่มาก เช่น  การขายโปรแกรมสปาแบบเป็นแพ็คเกจ  การซื้อตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักในราคาที่ถูกกว่า  โปรแกรมการเข้าพักของโรงแรมแบบ 2 คืน 3 วันแถมอาหารเช้าและรถรับส่ง เป็นต้น  สำหรับการขายเป็นชุดนี้อาจจะใช้เพื่อระบายสินค้าที่ขายยากหรือตกค้างควบคู่  ไปกับสินค้าขายดี  หรือเป็นการแนะนำสินค้าใหม่โดยแพ็คคู่ไปกับสินค้าที่ขายอยู่แล้วในปัจจุบัน</p>
<p><strong>2. การเสนอขายเป็นกลุ่ม</strong> การขายลักษณะนี้เป็นการเสนอขายสินค้าหรือบริการให้ลูกค้าหลายๆคนในเวลาเดียว  กัน  ถึงแม้นว่ากำไรเฉลี่ยต่อคนจะต่ำกว่าขายทีละคนแต่สามารถสร้างยอดขายได้สูง  อีกทั้งเป็นการประหยัดพนักงานขายและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเดินทาง  ค่าโทรศัพท์ ค่าบริหารจัดการ เวลา ฯลฯ  การขายลักษณะนี้เหมาะสำหรับธุรกิจในด้านการบริการ เช่น  โรงแรมหากลูกค้าเข้าพักเป็นหมู่คณะจะได้ห้องพักราคาพิเศษ  สถาบันกวดวิชาหากนักเรียนสมัครเป็นกลุ่ม 10 คนจะได้เรียนฟรี 1 คน  ร้านอาหารที่เสนอขายอาหารทาน 4 ท่าน จ่ายเพียง 3 ท่าน  หรือโทรศัพท์มือถือที่ซื้อเบอร์เป็นกลุ่มแล้วจ่ายค่าโทรฯ ในอัตราเหมาจ่าย  เป็นต้น</p>
<p><strong>3. การขายโดยการแลกซื้อ</strong> กลยุทธ์นี้คือการให้นำสินค้ารุ่นเก่ามาแลกซื้อสินค้ารุ่นใหม่โดยได้รับส่วน  ลดพิเศษ  หรือให้นำชิ้นส่วนของบรรจุภัณฑ์ของสินค้าที่ใช้แล้วมาแลกซื้อสินค้าชิ้นใหม่  ได้ในราคาพิเศษ  ผู้ประกอบการอาจจะนำเอากลยุทธ์นี้เข้ามาใช้ในการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดให้  เพิ่มขึ้นได้  โดยให้ลูกค้านำสินค้าเก่ายี่ห้อใดก็ได้มาแลกซื้อสินค้าใหม่ของท่านในราคา  พิเศษ  ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้สินค้าของคู่แข่งและดึงดูด  ลูกค้าใหม่ให้มาทดลองใช้สินค้าของท่านได้</p>
<p><strong>4. การขายยกโหล</strong> การขายในลักษณะนี้เป็นการเสนอขายสินค้าคราวละมากๆ เช่น ขายคราวละ 6 ชิ้น  หรือ 12 ชิ้น กลยุทธ์นี้ใช้มากในสินค้าประเภทของกินของใช้ อาทิ  สบู่ขายครั้งละ 3 ก้อน หรือครึ่งโหล แปรงสีฟันแพ็ค 6 ด้ามหรือ 12 ด้าม  น้ำอัดลมแพ็คละ 6 กระป๋อง สมุดขายยกโหล เป็นต้น  สินค้าที่เหมาะกับกลยุทธ์นี้ควรเป็นสินค้าที่ไม่เน่าเสีย หรือล้าสมัยง่าย  เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อเก็บไว้ใช้ได้  สำหรับกลยุทธ์นี้บางทีก็นำมาประยุกต์ให้เกิดความน่าสนใจเพื่อดึงดูดให้  ลูกค้าเกิดความรู้สึกว่าต้องการสะสมได้ เช่น  เครื่องดื่มน้ำอัดลมที่ทำกระป๋องเป็นคอลเลคชั่นรูปนักฟุตบอลในช่วงการแข่ง  ขันฟุตบอลโลก หรือการขายของที่ระลึกในงานเทศกาลพิเศษต่างๆที่ขายสินค้าเป็น  คอลเลคชั่นให้ลูกค้าได้ซื้อสะสม เป็นต้น</p>
<p><strong>5. การขายโดยให้กลับมาซื้ออีก</strong> กลยุทธ์นี้เหมาะกับสินค้าที่ซื้อง่ายขายคล่อง  โดยเฉพาะพวกอาหารและเครื่องดื่ม  โดยใช้วิธีที่หากลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำจะสามารถซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่าหรือ  ครึ่งราคา เช่นร้านที่ขายเครื่องดื่มประเภทกาแฟ น้ำอัดลม พร้อมแก้ว  (ซึ่งส่วนใหญ่บวกราคาไว้กับเครื่องดื่ม)  แล้วให้ลูกค้านำแก้วมาซื้อใหม่ในราคาครึ่งราคา  หรืออาจจะนำไปประยุกต์ใช้เมื่อลูกค้ามารับประทานอาหารในร้านโดยถ้าลูกค้า  ซื้อน้ำอัดลมเหยือกละ 49 บาท สามารถเติมฟรีได้ตลอด  หรือบัตรสะสมแต้มเพื่อทานฟรีในครั้งต่อไป เป็นต้น  กลยุทธ์นี้ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อใหม่ และมักจะซื้อสินค้าอื่นไปด้วย  เป็นการสร้างความผูกพันทางด้านจิตใจให้ลูกค้าต้องกลับมาซื้อซ้ำ</p>
<p><strong>6. การขายโดยเพิ่มบริการเข้าไปเพื่อให้ราคาขายสูงขึ้น</strong> กลยุทธ์นี้คล้ายๆ กับการขายเป็นชุด  แต่ผู้ซื้อจะไม่ค่อยรู้สึกว่าจ่ายเพิ่มมากนัก  ทั้งนี้บริการที่บวกเพิ่มเข้าไปต้องสอดคล้องเหมาะสมกับสินค้านั้นๆ  ผมเชื่อว่าลูกค้าหลายๆท่านเลือกเข้าพักโรงแรมที่มีการบริการที่ดีหากราคา  ห้องพักต่อคืนต่างกันไม่มากนัก แต่บริการและมาตรฐานห้องพักต่างกันมาก  หรืออย่างการเลือกซื้อรถยนต์ก็เช่นเดียวกันการบริการทั้งก่อนและหลังการขาย  รวมทั้งบริการตรวจเช็คและซ่อมบำรุงก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการพิจารณา  เลือกซื้อรถยนต์ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งเสมอ  อีกตัวอย่างที่น่าสนใจก็คือธุรกิจประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มครองด้านอุบัติเหตุ  ลูกค้ายินดีจ่ายเพิ่มมากขึ้นหากได้รับการบริการที่ดี รวดเร็ว  มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง เป็นต้น</p>
<p>ทั้ง  นี้สำหรับธุรกิจ SME  การบริการที่ดีก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเพราะสามารถสร้างความแตกต่าง  ระหว่างท่านและคู่แข่งได้เป็นอย่างดี  หากบริการดีและมีความจริงใจให้กับลูกค้าแล้วเชื่อเถอะครับว่า&#8230;ลูกค้า  สามารถรับรู้ความตั้งใจและความจริงใจของท่านอย่างแน่นอน  แล้วลูกค้าก็จะกลับมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากท่านอีกครับ</p>
<p><strong>7. การขายโดยเสนอราคาต่ำหรือต่ำกว่าทุน</strong> กลยุทธ์แบบนี้ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่นิยมใช้ในการแข่งขันกันมาก  โดยนำสินค้าบางรายการมาขายในราคาต่ำมากๆ (แต่มีจำนวนจำกัด)  เพื่อล่อใจให้ลูกค้าเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าโดยหวังยอดขายและกำไรจากสินค้า  อื่นๆ  หรืออย่างร้านฟาสต์ฟู้ดแฮมเบอร์เกอร์รายหนึ่งที่เคยขายแฮมเบอร์เกอร์บาง  รายการเพียง 19 บาทหรือไอศกรีมในราคาเพียง 7 บาท  เมื่อลูกค้าสั่งเมนูดังกล่าว  พนักงานขายก็จะเชียร์ให้ซื้อสินค้าอื่นเพิ่มเติม เช่น น้ำอัดลม  มันฝรั่งทอดเพื่อให้ทางร้านมียอดขายและกำไรเพิ่มขึ้น  สำหรับท่านที่ทำธุรกิจขายอาหารอาจจะนำ กลยุทธ์นี้มาปรับใช้ได้เช่น  ขายบุฟเฟ่ติ่มซำราคา 199 บาท แต่ขายเครื่องดื่มราคาสูง หรือขายสเต็กในราคา  49 บาทแล้วขายเครื่องดื่มในราคาแก้วละ 15 บาท  (เครื่องดื่มได้กำไรมากกว่าเท่าตัว) หรือขายน้ำอัดลมแก้วใหญ่ในราคา 35 บาท  แล้วให้เติมได้ไม่จำกัด ซึ่งอย่างมากก็เติมได้อีกคนละ 2-3 แก้ว  เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ไม่ขาดทุน</p>
<p><strong>8. การขายโดยให้จ่ายมัดจำล่วงหน้า </strong>กลยุทธ์ นี้ทำให้ทราบยอดขายล่วงหน้าเพื่อที่จะได้ผลิตสินค้าให้ได้ทันและครบ  ตามจำนวนที่ต้องการ ไม่เหลือค้างสต๊อก  และที่สำคัญเป็นการประกันการชำระเงินจากลูกค้าได้อีกด้วย  กลยุทธ์นี้จะใช้ได้ผลดีหากสินค้านั้นมีราคาสูงหรือเป็นสินค้ารุ่นพิเศษ  เช่นรถยนต์รุ่นใหม่ สินค้าเทคโนโลยี เป็นต้น</p>
<p><strong>9. การขายโดยให้ผู้ซื้อได้ร่วมทำกุศล</strong> กลยุทธ์นี้นอกจากจะสามารถสร้างยอดขายได้แล้วยังเป็นการสร้างภาพพจน์ที่ดีให้  กับสินค้าและบริษัทอีกด้วย เช่น  การบริจาคเงินจำนวนหนึ่งจากการขายให้องค์กรกุศลต่างๆ  หรือกาแฟทุกแก้วที่ลูกค้าดื่มจะเป็นการช่วยบริจาคเงิน 1  บาทเข้ากองทุนช่วยเหลือชาวเขา  หรือย่างเช่นบริษัทน้ำมันหรือบริษัทผลิตปูนซีเมนต์มักจะใช้ กลยุทธ์นี้บ่อยๆ  เช่น แคมเปญร่วมสร้างฝายกั้นน้ำ แคมเปญร่วมปลูกป่า เป็นต้น</p>
<p>ท่านผู้  อ่านคงจะเห็นแล้วนะครับว่ากลยุทธ์การขายมีหลากหลายรูปแบบและสามารถพลิกแพลง  ประยุกต์ใช้ได้อีกมากมาย  โดยท่านอาจจะใช้มากกว่าหนึ่งกลยุทธ์ร่วมกันตามแต่สถานการณ์  ขอเพียงแต่ให้อ่านความต้องการของลูกค้าให้ออก  และดูจังหวะการโต้ตอบจากคู่แข่งให้ดี  ก็จะสามารถรักษาฐานลูกค้าเก่าและขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างแน่นอนครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://shoppingplearn.com/130/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขายสินค้าออนไลน์ จะเลือกขายสินค้าอะไรดี</title>
		<link>http://shoppingplearn.com/127/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad.html</link>
		<comments>http://shoppingplearn.com/127/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Mar 2012 05:15:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Shopping</dc:creator>
				<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกขายสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ขายสินค้าออนไลน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://shoppingplearn.com/?p=127</guid>
		<description><![CDATA[ขายอะไรผ่านอินเทอร์เน็ตดี? เป็น คำถามที่ได้ยินบ่อยสำหรับผู้เริ่มต้น ปัจจุบันหนังสือที่แนะนำสินค้า และเทคนิคการขายของออนไลน์มีเยอะมาก พอๆ กับหนังสือแนะนำการลงทุนทองคำ (Gold Future) ถ้าจะถามถึงประสบการณ์ส่วนตัวแล้วการขาย สินค้าออนไลน์นั้น ถือว่าเป็นการหารายได้ผ่าน Internet ที่ดีทีเดียว เพราะ เราจะทราบทั้งต้นทุน ค่าขนส่ง และราคา ที่สำคัญเราเป็นคนกำหนดราคาด้วยตัวเอง แน่นอน ถ้าเราขายได้ กำไรที่เรา ได้รับเราทราบตั้งแต่ก่อนจะขายได้แล้วด้วยซ้ำ แต่ความยากมันอยู่ตรงที่ เราจะทราบได้อย่างไรว่า ผู้ซื้อต้องการอะไร ถ้าคุณเป็นผู้ผลิตสินค้า อัน นี้ต้องไป ศึกษาหาความรู้กับเว็บไซต์ที่เราจะเข้าไปขายว่า สินค้าของเราเป็นที่นิยมหรือไม่ กลุ่มลูกค้าของเราอยู่ใน เว็บไซต์นั้นหรือเปล่า &#8230; และเว็บไซต์ที่เราเข้าไปนั้นเป็นที่รู้จัก เป็นที่นิยมหรือไม่ เพื่อง่ายต่อการประชาสัมพันธ์และเข้าถึงกลุ่มลูกค้า หลากหลายมากยิ่งขึ้น ถ้าคุณกำลังมองหา และอยากรู้ว่าขายอะไรดี หรือ กำลังคิดจะทำ e-Commerce แล้วละก็ ลองมาดูกันว่ามีสินค้ากลุ่มไหนบ้าง และสินค้าที่เรามองๆอยู่ มันอยู่ในกลุ่มเหล่านี้หรือไม่ 1. สินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาด เนื่องจากการขายสินค้าผ่าน Internet นั้น ไม่ต้องเสียค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้างพนักงานขายหน้าร้านและค่าเช่าที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/03/ecommmain.png"><img class="aligncenter size-full wp-image-128" title="ขายสินค้าออนไลน์, จะเลือกขายสินค้า" src="http://shoppingplearn.com/wp-content/uploads/2012/03/ecommmain.png" alt="ขายสินค้าออนไลน์, จะเลือกขายสินค้า" width="500" height="311" /></a></p>
<p><strong>ขายอะไรผ่านอินเทอร์เน็ตดี?</strong></p>
<p>เป็น  คำถามที่ได้ยินบ่อยสำหรับผู้เริ่มต้น ปัจจุบันหนังสือที่แนะนำสินค้า  และเทคนิคการขายของออนไลน์มีเยอะมาก พอๆ กับหนังสือแนะนำการลงทุนทองคำ  (Gold Future)</p>
<p>ถ้าจะถามถึงประสบการณ์ส่วนตัวแล้วการขาย  สินค้าออนไลน์นั้น ถือว่าเป็นการหารายได้ผ่าน Internet ที่ดีทีเดียว เพราะ  เราจะทราบทั้งต้นทุน ค่าขนส่ง และราคา  ที่สำคัญเราเป็นคนกำหนดราคาด้วยตัวเอง แน่นอน ถ้าเราขายได้ กำไรที่เรา  ได้รับเราทราบตั้งแต่ก่อนจะขายได้แล้วด้วยซ้ำ</p>
<p><strong>แต่ความยากมันอยู่ตรงที่ เราจะทราบได้อย่างไรว่า ผู้ซื้อต้องการอะไร</strong></p>
<p><strong>ถ้าคุณเป็นผู้ผลิตสินค้า</strong><br />
อัน นี้ต้องไป ศึกษาหาความรู้กับเว็บไซต์ที่เราจะเข้าไปขายว่า  สินค้าของเราเป็นที่นิยมหรือไม่ กลุ่มลูกค้าของเราอยู่ใน  เว็บไซต์นั้นหรือเปล่า &#8230; และเว็บไซต์ที่เราเข้าไปนั้นเป็นที่รู้จัก  เป็นที่นิยมหรือไม่ เพื่อง่ายต่อการประชาสัมพันธ์และเข้าถึงกลุ่มลูกค้า  หลากหลายมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>ถ้าคุณกำลังมองหา และอยากรู้ว่าขายอะไรดี หรือ กำลังคิดจะทำ e-Commerce แล้วละก็</strong></p>
<p>ลองมาดูกันว่ามีสินค้ากลุ่มไหนบ้าง และสินค้าที่เรามองๆอยู่ มันอยู่ในกลุ่มเหล่านี้หรือไม่</p>
<p>1. สินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาด</p>
<p>เนื่องจากการขายสินค้าผ่าน Internet นั้น ไม่ต้องเสียค่าน้ำ ค่าไฟ  ค่าจ้างพนักงานขายหน้าร้านและค่าเช่าที่  แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย ถ้าเรามีเว็บไซต์เป็นของเราเอง  หรือไปสมัคร ตามเว็บไซต์ e-Commerce ก็ต้องมีค่าเช่าพื้นที่ ค่าธรรมเนีย  ค่า commission และอื่นๆ แต่เมื่อเทียบ กันแล้ว การซื้อขายผ่าน Internet  จะเสียค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากกว่าอีกด้วย</p>
<p>ในมุมของสินค้าแล้วการที่เราหาสินค้าที่ราคาถูกกว่าท้องตลาด  เข้าถึงแหล่งผลิด อยู่ใกล้แหล่งผลิต หรือทราบแหล่งผลิตสินค้านั้นๆ  และได้ของมาในราคาต้นทุนที่ถูกกว่าคนอื่นแล้วละก็  การตั้งราคาแข่งกับราคาในตลาด ย่อมได้เปรียบกว่าคนอื่นๆ อยู่แล้ว</p>
<p>จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เคยขายกางเกงเล ใน eBay ด้วยความใจร้อนไฟกำลังแรง  ไม่ได้ลองค้นหาหรือดูตลาดก่อนว่า เค้าขายกันราคาเท่าไหร่  เป็นที่นิยมหรือไม่ และมีคู่แข่งในตลาดมากน้องเพียงใด  ก็ไปซื้อมาในราคาที่เราคิดว่าถูกแล้วนะ ลองเอามาขาย ปรากฏว่า  ขายได้เหมือนกันแต่ขายสู้คู่แข่งไม่ได้เพราะ  ของเหมือนกันแต่เค้าสามารถตั้งราคาได้ถูกกว่า</p>
<p>จำได้ว่าตอนนั้นแก้ไขด้วยการ ถ่ายภาพให้เกิดความน่าสนใจ  ไปหาเนื้อหาและที่มาของสินค้ามาประกอบโดยใช้คำที่เข้าใจง่าย  เปลี่ยนเวลาการลงประกาศขาย ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของเรา  กว่าจะขายได้หมดก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน&#8230;.</p>
<p><strong>2. สินค้าเฉพาะกลุ่ม</strong></p>
<p>สินค้า  ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม (Niche Market)  โดยไม่ได้เน้นไปที่กลุ่มลูกค้ากลุ่มคนทั่วไป (Mass Market) เช่น  สินค้าสำหรับคนอ้วน, สินค้าสำหรับคนท้อง, สินค้าสำหรับแม่,  สินค้าสำหรับเจ้าสาว-คู่แต่งงาน, สินค้าสำหรับเกย์ หรือกระเทย เป็นต้น  ก็น่าสนใจ</p>
<p>การที่เราจับกลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่ม  จะทำให้เราสามารถเจาะและเข้าถึงลูกค้าเฉพาะได้ง่ายมาก หากลุ่มลูกค้าได้ง่าย  ลูกค้าจดจำคุณได้ง่าย  และนั้นหมายถึงโอกาสการขายก็มีมากกว่าการที่เราไปเปิดเว็บไซต์ขายของเหมือน  คนทั่วไป<br />
ตลาดกลุ่มนี้จะเป็นตลาดเฉพาะ กลุ่มอาจจะไม่ใหญ่มาก แต่ถ้าคุณจับและเข้าถึงได้แล้ว ยอดขายน่าจะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องครับ</p>
<p><strong>3. สินค้า ไม่ ยอดนิยม</strong></p>
<p>ลอง  หาสินค้าที่ ?ไม่ค่อยนิยม? ลองมาขายดู เพราะส่วนใหญ่เว็บไซต์ต่างๆ  ชอบขายสินค้าที่ ?นิยม? ซึ่งทำให้เกิดการแข่งขันในสินค้าประเภทนี้มาก  ทำให้โอกาสสินค้าของคุณจะเป็นที่รู้จัก เป็นได้ยาก</p>
<p>แต่หากคุณเน้นไป ที่ สินค้าไม่เด่น ก็จะทำให้เว็บไซต์ของคุณเป็นที่รู้จักได้ง่ายกว่า เช่น  เปิดเว็บไซต์ขายเทปเพลงเก่า พระเครื่อง รุ่นที่ไม่ค่อยมีคนนิยม</p>
<p><strong>4. สินค้าไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน</strong></p>
<p>สินค้าบางอย่างผู้ซื้อไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน เพราะอาจจะมีความอาย หรือไม่ต้องการให้ผู้ขายรู้จักหรือเห็นหน้า</p>
<p>ดัง นั้นการซื้อผ่านเว็บไซต์ หรืออินเทอร์เน็ต  ดูจะเป็นช่องทางที่หลายๆคนเลือกใช้ในการซื้อสินค้าลักษณะนี้ เช่น  สินค้าเกี่ยวกับเรื่องเพศ, ถุงยางอนามัย, อุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆ,  ชุดชั้นใน Sexy เป็นต้น</p>
<p><strong>5. สินค้ามีสไตล์เฉพาะตัว (Unique)</strong></p>
<p>หาก  สินค้าหรือบริการของคุณ มีความเฉพาะตัว แตกต่าง ไม่เหมือนใคร (Unique)  ก็สามารถขายได้ดีเช่นกัน  เพราะลูกค้าไม่สามารถหาซื้อที่อื่นๆได้นอกจากของคุณเท่านั้น เช่น เสื้อผ้า  ลายผ้า ที่มีดีไซน์เฉพาะตัว, สินค้า Handmade ประเภทต่างๆ<br />
แต่ต้องสร้าง  ความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า สินค้าของเราเป็นของดี มีคุณภาพ  เพราะสินค้าลักษณะนี้ ส่วนใหญ่ลูกค้าจะไม่รู้จักมาก่อน  หรือไม่มีมาตรฐานที่แน่นอน</p>
<p>ดังนั้นการสร้างความน่าเชื่อถือ  การทำให้ลูกค้ามั่นใจ และการให้รายละเอียดสินค้าที่เพียงพอ ครบถ้วน  เช่นการมีรูปภาพเยอะๆ การให้รายละเอียดหรือคำอธิบายสินค้าเยอะๆ หรือมี VDO  อธิบายสินค้า ดูน่าจะเป็นวิธีที่จะช่วยทำให้ลูกค้ามั่นใจ  และซื้อสินค้าลักษณะนี้ได้ไม่ยาก</p>
<p><strong>6. สินค้าที่มีน้ำหนักเบา</strong></p>
<p>การ  ขายสินค้าที่มีน้ำหนักเบา จะมีความได้เปรียบในด้านการส่งสินค้าให้ลูกค้า  เพราะจะส่งได้ง่ายกว่า ประหยัดกว่า โดยเฉพาะสินค้าที่มีขนาดเล็กๆ แต่มีราคา  เช่น มีหลายคนๆขายสแตมป์เป็นชุด บางชุดมีราคาหลายพันบาทเลย  ส่งง่ายเพราะแค่สอดเข้าซองจดหมายก็ส่งได้แล้ว</p>
<p>ดังนั้นสินค้าบางอย่างที่ มีน้ำหนักเบา มีราคาสูง  ก็อาจจะช่วยทำให้การค้าขายมีกำไรได้มาก  แต่อาจจะต้องให้ความสำคัญกับการขนส่งสินค้าที่มีการลงทะเบียนที่จะช่วยสร้าง  ความมั่นใจให้กับผู้ซื้อได้เช่นกัน</p>
<p><strong><br />
7. สินค้าที่มีเรื่องราว</strong></p>
<p>สินค้า  หรือของที่มีเรื่องราว มีประวัติประกอบ จะทำให้สินค้าชิ้นนั้นๆ  มีความน่าสนใจมากขึ้น เช่น ผมอาจจะขายเครื่องปั้นดินเผา  แต่ผมก็มีให้ข้อมูลและประวัติของ เครื่องปั้นดินเผาแต่ละชุดที่ผมขาย  เป็นแบบจำลองมาจาก เครื่องปั้นดินเผาสมัยสุโขทัย มีประวัติยาวนาน  ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะแจ้งในเว็บไซต์ และแพ็กเกจที่ส่งไปให้ลูกค้า  ซึ่งจะทำให้ เครื่องปั้นดินเผาอันนี้มีมูลค่ามากกว่า  เครื่องปั้นดินเผาธรรมดาๆ  ที่ขายอยู่ทั่วไปนี้คือข้อดีของสินค้าที่มีเรื่องราวอยู่ด้วย</p>
<p><strong>8. สินค้าที่หายาก</strong></p>
<p>สินค้า ที่หายากย่อมมีคนต้องการ แต่เนื่องจากเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต  ทำให้การเข้าถึงข้อมูลต่างๆเป็นไปได้ง่าย ดังนั้นหากคุณขายสินค้าที่หายาก  และทำให้คนสามารถหาเจอได้ง่ายๆในอินเทอร์เน็ต เช่น.คนค้นหา (search)  เจอได้ง่าย โอกาสการขายก็เป็นไปได้ง่ายๆ ยกตัวอย่างสินค้า เช่น  พระเครื่องเก่าๆ, ของเก่า-ของสะสม ประเภทต่างๆ เป็นต้น</p>
<p><strong>9. สินค้าที่สามารถทำด้วยตัวเอง (Do it yourself – DIY)</strong></p>
<p>หลายๆ  คนชอบซื้อสินค้าที่สามารถซื้อไปแล้ว ไปทำเองได้ เช่น ชุดถักโครเช่ต์,  ชุดทำอาหารง่ายๆ, อุปกรณ์แต่งบ้าน ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งสินค้าที่เป็นลักษณะ  ทำด้วยตัวเอง มักจะเป็นสินค้าที่  ฝรั่งชอบนิยมซื้อไปติดตั้งหรือทำด้วยตัวเอง</p>
<p>ทั้งหมดนี้เป็นส่วนที่ช่วยทำให้คุณพอได้ไอเดีย ในการไปคิดต่อว่า เราจะขายสินค้าอะไรดี ผ่านเว็บไซต์ไปยังคนทั่วโลก<br />
แต่อย่าลืมนะครับ สินค้าเป็นเพียงแค่ ?องค์ประกอบ? หนึ่งเท่านั้น<br />
การ  จะขายของบนอินเทอร์เน็ตให้ได้นั้น จะประกอบไปด้วยอีกหลายๆปัจจัยด้วยกัน  เช่น ความน่าเชื่อถือ (Trust), การตลาด (Marketing),  การรู้จักและรักษาลูกค้า (CRM) และอื่นๆ อีกมาก</p>
<p>**** หัวข้อทั้ง 9 มาจากบทความของ :<br />
ภา วุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาด ดอท คอม จำกัด<br />
/ ข้อมูลจากนิตยสาร SMEs Today ฉบับเดือนมกราคม 2552 ******</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://shoppingplearn.com/127/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

